ขิง เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยมานาน ใช้ทั้งประกอบอาหารและดูแลสุขภาพ ด้วยรสเผ็ดร้อนและกลิ่นเฉพาะตัว ขิงจึงถูกนำมาแปรรูปได้หลากหลาย เช่น ขิงสด ชาขิง ขิงแห้ง หรือขิงผง บทความนี้จะพาไปรู้จัก สรรพคุณของขิง รวมถึง โทษและข้อควรระวัง เพื่อให้บริโภคได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

สรรพคุณของขิง
ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ขิงมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร จึงช่วยบรรเทาอาการแน่น จุก เสียด และท้องอืดได้ดี
ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
นิยมใช้ขิงบรรเทาอาการคลื่นไส้จากการเมารถ เมาเรือ หรืออาการแพ้ท้องในระยะแรกของการตั้งครรภ์ (ควรบริโภคในปริมาณพอเหมาะ)
ช่วยบรรเทาอาการหวัด ไอ เจ็บคอ
ความเผ็ดร้อนของขิงช่วยให้ร่างกายอบอุ่น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยละลายเสมหะ ทำให้รู้สึกโล่งคอ เหมาะกับการดื่มเป็นชาขิงอุ่น ๆ
มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
สารสำคัญในขิงมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และอาการอักเสบเล็กน้อย
ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด
มีงานศึกษาที่พบว่าการบริโภคขิงอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

โทษและข้อควรระวังของขิง
แม้ขิงจะมีประโยชน์มาก แต่หากบริโภคไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลเสียได้
ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน หากรับประทานขิงในปริมาณมาก อาจทำให้แสบร้อนกลางอกหรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร
อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง
ขิงมีฤทธิ์ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
อาการแพ้ในบางราย
บางคนอาจมีอาการแพ้ขิง เช่น ผื่นคัน แสบร้อนในปาก หรือท้องเสีย หากมีอาการผิดปกติควรหยุดบริโภคทันที
ไม่ควรบริโภคเกินความจำเป็น
การรับประทานขิงมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการร้อนใน ปากแห้ง ใจสั่น หรือท้องเสียได้
สรุป
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย ช่วยทั้งระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการหวัด และลดการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม และระมัดระวังในผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อให้ได้ประโยชน์จากขิงอย่างปลอดภัยและสูงสุด
เคล็ดลับสุขภาพ: ดื่มชาขิงอุ่น ๆ วันละ 1 แก้ว หรือใช้ขิงเป็นส่วนผสมในอาหาร เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพได้ในชีวิตประจำวัน